อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี (สงขลา)
ข้อมูลทั่วไป | แหล่งท่องเที่ยว | สถานที่ติดต่อและการเดินทาง | สิ่งอำนวยความสะดวก
ข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลทั่วไป

เทือกเขาสันกาลาคีรี ภูเขาที่สลับซับซ้อน เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ผืนป่าผืนนี้ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิดที่น่าสนใจ ประกอบกับมีจุดเด่นของธรรมชาติที่สวยงาม เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเทพา ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ตลอดไป การดำเนินการสำรวจเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติจึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้คงอยู่ตลอดไป

ความเป็นมา: จากการบินตรวจสภาพพื้นที่ป่าในท้องที่จังหวัดสงขลาของ นายสมภพ สุขวงศ์ เมื่อปี พ.ศ. 2538 ได้พบว่า พื้นที่ป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาโต๊ะเทพ ป่าควนหินลับ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาแดน ป่าควนเจดีย์ ป่าเขาพระยาไม้ และป่าควนกำแพง และป่าสงวนแหงชาติป่าควนราสอ ป่าควนน้ำร้อน ป่าควนสอหรอ ป่าควนบางพลา ยังเป็นผืนป่าที่มีความสมบูรณ์ และป่าผืนนี้ยังเป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเทพาที่มีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องที่อำเภอสะบ้าย้อยและอำเภอใกล้เคียง นอกจากนี้ราษฎร หมู่ที่ 2 บ้านไร่เหนือ ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ร่วมกับสภาตำบลบาโหย ได้เสนอให้จัดตั้งป่าผืนนี้ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เพื่อที่จะอนุรักษ์ป่าผืนนี้ให้คงอยู่

กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งที่ 1127/2543 ลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2543 ให้ นายสมน้อย ภัทรเมธา เจ้าหน้าที่บริหารงานป่าไม้ 6 ช่วยราชการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไปปฏิบัติราชการประจำทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา และจังหวัดยะลา เพื่อดำเนินการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นอุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีได้รายงานผลการสำรวจตามหนังสือลงวันที่ 15 มกราคม 2544 ว่า พื้นที่ที่ทำการสำรวจมีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาโต๊ะเทพ ป่าควนหินลับ ท้องที่ตำบลบาโหย ตำบลจะแหน และตำบลทุ่งพอ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาแดน ป่าควนเจดีย์ ป่าเขาพระยาไม้ และป่าควนกำแพง ท้องที่ตำบลเขาแดง และป่าสงวนแหงชาติป่าควนราสอ ป่าควนน้ำร้อน ป่าควนสอหรอ ป่าควนบางพลา และป่าโต๊ะเทพ ท้องที่ตำบลทุ่งพอ และตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา มีพื้นที่รวม 134,599ไร่ หรือประมาณ 215.36 ตารางกิโลเมตร และได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนตำบลทุกตำบล และคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ประจำจงหวัดสงขลา ในคราวประชุมครั้งที่ 2/2544 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2544

ลักษณะภูมิประเทศ

สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปลักษณะของอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี เป็นภูเขาสลับซับซ้อนทอดตัวยาวไปจนจดชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยมีเขาควนกำแพงเป็นยอดเขาสูงสุด มีความสูงประมาณ 500 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่ก่อกำเนิดลุ่มแม่น้ำเทพา

ลักษณะภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จึงทำให้ฝนตกชุก มีฤดูฝนยาวนานระหว่างเดือนพฤษภาคม - เดือนมกราคม และฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เดือนเมษายน

พืชพรรณและสัตว์ป่า

สภาพผืนป่าเป็นป่าดิบชื้น มีเรือนยอดของต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญและมีค่าหายากหลายชนิด อาทิเช่น หลุมพอ ไข่เขียว สยา ตะแบก เสียดช่อ ตังหน ตะเคียน แคหิน กฤษณา เป็นต้น

สัตว์ป่าส่วนใหญ่ที่พบเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดกลางและขนาดเล็ก นก สัตว์เลื้อยคลาน แมลง และสัตว์ป่าที่มีค่าหายากต่างๆ เช่น สมเสร็จ กระทิง เสือโคร่ง เสือปลา กระจง เก้ง เลียงผา ไก่ป่า นกกางเขนดง นกเงือกกรามช้าง นกเงือกกรามช้างปากเรียบ นกแก็ก นกเงือกหัวแรด นกกก เป็นต้น

กลับขึ้นด้านบน

แหล่งท่องเที่ยว

บ้านซีหุย
เป็นจุดเด่นทางด้านประวัติศาสตร์ สถานที่แห่งนี้ คือ ชุมชนใหญ่ในสมัยราวร้อยกว่าปีมาแล้ว พื้นที่เป็นที่ราบกว้างขวางนับพันไร่ ที่แวดล้อมไปด้วยภูเขาและลำธาร ชุมชนกลางผืนป่าแห่งนี้ต้องล่มสลายลงด้วยโรคระบาด คนดั้งเดิมเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย คือ เมืองไทรบุรี ได้เดินทางมาเพื่อหาพื้นที่แห่งใหม่ในการอยู่อาศัย มาพบพื้นที่ราบจำนวน 3 แห่ง คือ บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ตรงหลักเขตแดนที่ 39-40 มีชื่อว่า บ้านมะระเหนือ-บ้านมะระใต้
กิจกรรม – ชมประวัติศาสตร์

ถ้ำกระดูก
อยู่ห่างจากบ้านซีหุย ประมาณ 1 กิโลเมตรภายในเป็นลานกว้างคล้ายห้องโถงใหญ่จุคนได้ราว 50 คน และถ้ำนี้เคยเป็นที่เก็บกระดูกของคนในยุคนั้น
กิจกรรม - เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา

ถ้ำผึ้ง
ลักษณะเป็นถ้ำหินปูนที่มีความงามตามธรรมชาติ ในทุก ๆ ปีจะมีผึ้งมาทำรังบริเวณชงอยผาด้านบนของถ้ำเป็นจำนวนมาก ประกอบกับทัศนียภาพโดยรอบมีความร่มรื่น
กิจกรรม - เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา

ถ้ำตลอด
อยู่ที่บ้านถ้ำตลอด ซึ่งมีวัดถ้ำตลอดตั้งอยู่ บริเวณนี้เป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ล้อมรอบพื้นที่ตงกลางไว้ จึ้งมีต้นไม้ขึ้นอยู่ร่มรื่น และมีถ้ำหลายแห่ง บางแห่งสามารถเดินทะลุถึงกันได้ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม
กิจกรรม - เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา

แม่น้ำเทพา
เป็นลำน้ำสายสำคัญของจังหวัดสงขลา มีต้นน้ำอยู่ในผืนป่าของอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ต้องเดินทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปอีก 17 กิโลเมตร ถึงบ้านบาโหย จากนั้นต้องเดินผ่านป่าทึบเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงแม่น้ำเทพา ซึ่งสองฝั่งน้ำเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ร่มรื่นมาก ระหว่างเส้นทางจากบ้านถ้ำตลอดจนถึงบ้านบาโหย จะผ่านไหล่เขาที่ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นหนาแน่น
กิจกรรม - ชมทิวทัศน์ – เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

บางเทพา
เกิดจากสายน้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกัน คือ คลองลำหลอดกับคลองเทพาและได้พัดเอาตะกอนดินทรายมาทับถมเกิดเป็นลานกว้าง เป็นหาดทราย
กิจกรรม - ชมทิวทัศน์ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

ทางเดินศึกษาธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ บริเวณบางเทพา ถึงบ้านซีหุยระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะได้สัมผัสความงดงามของสายน้ำที่ได้ไหลลัดเลาะผ่านหุบเขาและแก่งหิน จากบ้านซีหุยถึงถ้ำกระดูก-ถ้ำผึ้ง ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางจะได้พบกับความร่มรื่นของธรรมชาติ และเสียงร้องของนกนานาชนิด และฝูงค้างคาวที่อาศัยอยู่ภายในถ้ำนับหมื่นนับแสนตัว
กิจกรรม - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

กลับขึ้นด้านบน

สถานที่ติดต่อการเดินทาง

สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี
ที่ว่าการอำเภอสะบ้าย้อย อ. สะบ้าย้อย จ. สงขลา
โทรศัพท์ 0 7431 1020 อีเมล reserve@dnp.go.th

การเดินทาง
รถยนต์
การเดินทางไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี สามารถเดินทางโดยรถยนต์ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 (สงขลา-ปัตตานี) แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4085 ผ่านอำเภอเทพา ถึงอำเภอสะบ้าย้อย จากอำเภอสะบ้าย้อยไปตามเส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4095 ผ่านบ้านเขาแดงจนถึงบ้านถ้ำตลอด แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

กลับขึ้นด้านบน

สิ่งอำนวยความสะดวก

กลับขึ้นด้านบน