สาระน่ารู้ท่องเที่ยว
  กิจกรรมล่องแก่ง
  เที่ยวทะเล
  ท่องเที่ยวป่าเขา
  ท่องเที่ยวน้ำตก
  ขับปลอดภัยไปภูเก็ต
  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสปา
  รูปแบบการท่องเที่ยว
  พื้นฐานการปีนผา
  ท่องเที่ยวแบบ"โฮมสเตย์"
 
 

ท่องเที่ยวแบบ"โฮมสเตย์"

เสน่ห์ของวิถีชีวิตความเป็นไทย คือความเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดแฝงเร้นอันน่าค้นหา และมีกลิ่นไอที่แสดงเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันงดงาม อีกทั้งยังมีเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ ซึ่ง สิ่งเหล่านี้คือแรงจูงใจที่ล้ำค่า สำหรับการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลของนักท่องเที่ยวจากซีกโลกหนึ่งสู่อีกซีกโลกหนึ่ง เพื่อค้นหาความต่างที่สร้างความทรงจำอันไม่รู้ลืม และเป็นของฝากที่ไม่มีวันหมดไปจากใจ

" โฮมสเตย๎" เป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่เกิดขึ้นมานานหลายสิบปี ก่อนที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะออกมาประกาศให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ และด้วยความแตกต่างที่สร้างคุณค่านี้ เป็นที่นิยมอย่างมากจากกลุ่มนักท่อง เที่ยวจากยุโรป และญี่ปุ่น โดยนักท่องเที่ยวจะมีโอกาสสำผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป โดยไม่จำเป็นว่าสถานที่นั้นจะมีจุดดึงดูดความสนใจด้านอื่นๆ

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตามหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ที่ไม่มีจุดเด่นด้านกายภาพ กลับเป็นจุดที่น่าสนใจของทั้งจากนักเที่ยวชาวไทยและเทศได้ไม่ยาก

ปัจจุบันการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์ แบบดั้งเดิม จะเป็นรูปแบบการเข้ามาพักอยู่ในชายคาบ้านของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชน ที่มีเอกลักษณ์อันน่าสนใจ และนักท่องเที่ยวจะใช้ชีวิตในแบบเดียวกับชาวบ้านแทบทุกอย่าง

ส่วนโฮมเสตย์แบบประยุกต์ เป็นการปรับปรุงพื้นที่ในวิถีชีวิตเดิม ให้มีความสะดวกสบายขึ้นอีกระดับ โดยไม่ทิ้งความเรียบง่ายและเอกลักษณ์ไทยอันเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้

และรูปแบบของธุรกิจโฮมสเตย์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนขณะนี้คือ "บ้านกองทราย" โฮมสเตย์แบบประยุกต์ระดับพรีเมี่ยมที่แฝงตัวอยู่ในบ้านหนองผึ้ง อำเภอสารภี กลางเมืองเชียงใหม่ จุดเริ่มต้นจากอาณาจักรเล็กๆสำหรับการอยู่อาศัยในเรือนไทย 4 หลัง ที่ตั้งอยู่ในสวนสวยบนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเพื่อพักผ่อนในรูปแบบง่ายๆแต่คงไว้ซึ่งความ สะดวกสบายในระดับหนึ่ง

เจ้าของบ้านเล่าให้ฟังว่า บ้านคลองทราย ได้รับการปรับเปลี่ยนจากที่อยู่ อาศัย มาเป็นที่อยู่อาศัยร่วมกันระหว่างเจ้าบ้าน และนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศมานานกว่า 10 ปีแล้ว รูปแบบความเป็นอยู่รวมทั้งการตกแต่งจึงบ่งบอกถึงความเป็นมาทางด้านประวัติศาสตร์กว่า 30 ปี ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณ และเครื่องใช้ไม้สอยในอดีต ที่ช่วยสร้างบรรยากาศของการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

หลายคนที่ผ่านไปมาในย่านนี้คงจะสังเกตเห็นเรือนไทยไม้ยกสูง ในสวนครึ้ม อบอวลไปด้วยกลิ่นของดอกลั่นทมและว่านวาสนา และคงจะพาให้ใจหวิวๆกับความเงียบสงบนี้ และนั่นคือที่มาอันทำให้กองถ่ายละครเรื่องหนึ่ง ได้เข้ามาใช้สถานที่ในบ้านกองทรายเป็นสถานที่ถ่ายทำละคร จนใครๆพากันเรียกบ้านหลังนี้ว่า "บ้านคุณยายวรนาถ" ไปโดยปริยาย ซึ่งไม่เฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น ที่หลงไหลความเป็นอยู่ตามวิถีธรรมชาติเช่นนี้ เพราะกว่า 30% ของแขกที่มาพักที่นี่ก็เป็นคนไทย ที่นิยมการพักผ่อนในบรรยากาศเรียบง่ายเช่นนี้

กิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่นี่ คือการใช้ชีวิตความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย มีกิจกรรมต่างให้เลือกทำในแต่ละวัน เช่นการเรียนทำอาหารไทย, นวดแผนโบราณ, การ ขี่จักรยานชมหมู่บ้าน หรือจะเลือกจะพักผ่อนไปกับการอ่านหนังสือในมุมสงบๆใต้ถุนเรือนก็ได้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่ที่นี่ถึง 2-3 วัน

นอกจากนั้นยังนิยมเดินทางมาเดี่ยวและมาเป็นคู่มากกว่าการมาเป็นหมู่คณะ เพราะคนยิ่งน้อย ยิ่งได้รู้สึกถึงการพักผ่อนที่แตกต่างอย่างแท้จริง ซึ่งชาวต่างชาติที่เคยเข้ามาเยี่ยมเยียนบ้านกองทราย ส่วนใหญ่จะมาจากการบอกต่อๆกันไป และมักจะกลับมาเยี่ยมเยียนกันอีกเมื่อมีโอกาสเข้ามาเมืองไทย

สำหรับโฮมสเตย์แบบดั้งเดิม ในรูปแบบที่นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้ชีวิตแบบชาวบ้านเกือบทุกกระเบียดนิ้ว ตั้งแต่ตื่นเช้ามาในวันใหม่จนเอนกายนอนหลับไปพร้อมดวงตะวัน นับเป็นรูปแบบที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเช่นกัน แต่ต้องอาศัยชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวพอที่จะใช้เป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมได้

โฮมสเตย์แบบนี้ มักจะแฝงตัวอยู่ตามชุมชนในแถบห่างไกลความเจริญเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในแถบจังหวัดทางภาคเหนือ เช่นเชียงราย และ แม่ฮ่องสอน มีหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนาให้มีการท่องเที่ยวแบบโฮมเสตย์อยู่หลายที่ เช่นเดียวกับหมู่บ้านชาวประมงชายทะเลที่ได้รับการปรับปรุงให้มีการท่องเที่ยวรูปแบบนี้เข้ามาเสริมรายได้ นอกเหนือจากการออกเรือหาปลาเพียงอย่างเดียว

หมู่บ้านบางเบ้า บนเกาะช้าง จ.ตราด คือ หนึ่งในพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ของททท. เพราะต้องการอนุรักษ์วิถีชีวิตเดิมของคนเกาะช้าง และต้องการให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกที่มากกว่ารีสอร์ทและโรงแรมที่ปัจจุบันมีให้เห็นอยู่ทั่วเกาะช้าง

กว่า 400 ชีวิตในหมู่บ้านบางเบ้า มีอาชีพทำการประมงและสวนผลไม้ และเมื่อมีการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ จึงมีชาวบ้านหลายรายได้ปรับพื้นที่ให้มีสัดส่วนในการรองรับนักท่องเที่ยวได้ ผู้นำหมู่บ้านมีการประสานงานกับภาครัฐเพื่อเปิดฝึกอบรมการใช้ภาษาอังกกฤษ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับการสื่อสาร

และในปี 2545 ที่ผ่านมาได้เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักร่วมกับชาวบ้านในหมู่บ้าน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 40% และส่งผลให้ราคาที่ดินในหมู่บ้านบางเบ้าขยับตัวสูงขึ้นจากไร่ละ 1 ล้านบาท เป็นไร่ละ 2 ล้านบาท จึงเป็นข้อการันตีได้ว่าการท่องเที่ยวที่ใส่ใจต่อธรรมชาติและความเป็นอยู่ดั้งเดิมนี้ มีแนวทางที่สดใสและเป็นเสมือนคำบอกเล่าเรื่องราวของความเป็นไทยได้อย่างดี

จุดเด่นของหมู่บ้านบางเบ้า คือสะพานคอนกรีตที่ทอดตัวยาวลงสู่ท้องทะเล ถูกขนาบด้วยพื้นที่อาศัยของชาวบ้านในหมู่บ้านบางเบ้า ชุมชนเล็กๆในด้านหนึ่งบนเกาะช้าง

เป็นมุมสงบที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเข้ามาพักผ่อนได้อีกรูปแบบหนึ่ง เช่นเดียวกับเรือนไทยหลังน้อยในร่มครึ้มภายในรั้วใหญ่ที่ซ่อนตัวอย่างสงบอยู่ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย ทางเลือกที่แตกต่างนี้ เป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักเมืองไทยในมุมมองที่เรียบง่ายและ งดงามมากกว่าเดิม

ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย